เราอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนว่าในบางทีการทำงานก็คือการทำลายสุขภาพอย่างหนึ่ง ต่อให้เราดูแลสุขภาพตัวเองดีแค่ไหน จะเลือกกินอาหารสดสะอาด กินวิตามินอาหารเสริมครบถ้วน หรือออกกำลังกายทุกวันเป็นประจำ แต่หากเรายังต้องนั่งอุดอู้ทำงานวันละ 8 ชั่วโมงขึ้นไปอยู่ในห้องทำงานเฉยๆ โดยไม่ได้ขยับตัวไปไหนหรือเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเลย การเพียรพยายามดูแลร่างกายทั้งหลายนั้นก็คงไม่ได้ช่วยอะไรนัก ลองเริ่มต้นปรับสมดุลชีวิตในการทำงานด้วยการทดลองปรับเปลี่ยนมุมทำงานหรือออฟฟิศสักนิด ให้บรรยากาศเหมาะแก่การทำงานมากขึ้นอีกสักหน่อย อาจช่วยให้ร่างกายเจ็บป่วยน้อยลงและอย่างน้อยก็น่าจะทำให้จิตใจผ่องใส มีความสดชื่นกระตือรือร้นในการทำงานมากขึ้นด้วย เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน อาทิเช่น โต๊ะทำงานและคอมพิวเตอร์ ล้วนเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดหลังปวดไหล่เลยทีเดียว การใช้โต๊ะกับเก้าอี้ที่มีระดับความสูงไม่เหมาะสม เช่นระดับเก้าอี้ต่ำเกินไปทำให้ต้องเอื้อมมือขึ้นมาบนโต๊ะทำงาน หรือระดับเก้าอี้สูงเกินไปจนต้องนั่งห่อไหล่โน้มตัวลงมาเพื่อทำงาน ก็จะทำให้เราเกร็งหลัง ไหล่ และคอโดยไม่รู้ตัว ซึ่งนอกจากเราจะปวดตามจุดดังกล่าวแล้ว ยังอาจลามไปปวดถึงกระบอกตาหรือกระทั่งปวดศีรษะอย่างรุนแรงได้ ลองปรับเปลี่ยนระดับเก้าอี้นั่งใหม่ให้ความสูงต่ำเหมาะกับสรีระของร่างกาย และอย่าลืมเปลี่ยนท่านั่งให้หลังตรง ให้ไหล่และคอผ่อนคลายเพียงพอ รวมถึงคอยขยับตัวยืดเส้นยืดสายทุกสามสิบนาทีเพื่อลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ลองปรับเปลี่ยนระดับเก้าอี้นั่งใหม่ให้ความสูงต่ำเหมาะกับสรีระของร่างกาย และอย่าลืมเปลี่ยนท่านั่งให้หลังตรง ให้ไหล่และคอผ่อนคลายเพียงพอ รวมถึงคอยขยับตัวยืดเส้นยืดสายทุก 30 นาทีส่วนการทำงานบนคอมพิวเตอร์ก็มักจะทำให้ต้องมีการเกร็งข้อมือจากการพิมพ์งานนานๆ ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการนิ้วล็อกหรือเอ็นข้อมืออักเสบ